
สุนัขพันธุ์อัลเซเชียน

สุนัขขนาดใหญ่ เป็นสุนัขที่ต้องการการออกกำลังกายเป็นพิเศษ ต้องการการดูแลขนเป็นพิเศษ และเป็นสุนัขเฝ้ายามที่ดี ส่วนสูง น้ำหนัก วงจรชีวิต การจัดกลุ่มพันธุ์ 22-26 นิ้ว 65-95 ปอนด์ 11-13 ปี สุนัขอารักขา
ลักษณะเด่น
มีขน 2 ชั้น ขนชั้นนอกยาวปานกลาง ขนชั้นนอก แน่น หยาบ เหยียดตรงและราบไปกับลำตัวปกคลุมขนชั้นในที่แน่นและนุ่ม สีขนปกติจะเป็นสีดำกับสีน้ำตาล หรือสีดำล้วน แต่มีบางตัวที่มีสีขาว (ซึ่งยังไม่เป็นที่ยอมรับ) จมูก ขอบตา และริมฝีปากเป็นสีดำ หางมีขนฟู หูตั้งซึ่งทำให้มันดูเหมือนตื่นตัวตลอดเวลา หน้าอกลึก ขาหลังแข็งแรงและมีกล้ามเนื้อ หางจะตกหากมันรู้สึกผ่อนคลาย
นิสัย
เจ้าสุนัขแสนรู้ตัวนี้หากได้รับการผสมพันธุ์จากพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่ดีและได้รับการฝึกฝนอย่างถูกต้องแล้ว มันจะเป็นสุนัขที่เป็นมิตร เรียบร้อย ขี้เล่น ช่างประจบเอาใจ สุนัขพันธุ์นี้สามารถฝึกให้เชื่อฟังได้ง่ายเพราะฉลาด ตอบสนองไว และมีสมาธิ เนื่องจากสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานที่ได้ดี สามารถเลี้ยงไว้ในคอนโดหรือในเมืองที่แออัดก็ได้ แต่มีข้อยกเว้นว่าจะต้องได้รับการออกกำลังกายอย่างเพียงพอ ถ้าคุณทำไม่ได้หรือไม่แน่ใจ ขอแนะนำว่าอย่าเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้จะดีกว่า จะได้ไม่ต้องหาบ้านใหม่ให้มันในภายหลัง
การตัดแต่งขนและการออกกำลังกาย
ควรแปรงขนให้ทุกวันเพราะสุนัขพันธุ์นี้จะผลัดขนตลอดปี ต้องการการออกกำลังกายด้วยการเดินไกลๆ และควรมีเวลาให้มันได้เล่นทุกวันเพื่อไม่ให้มันรู้สึกเบื่อและมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์และโรคตามมา
ถิ่นกำเนิด
มีต้นกำเนิดในราวศตวรรษที่ 19 เพื่อใช้ต้อนฝูงแกะ แต่ในปัจจุบันเนื่องด้วยมันเป็นสุนัขที่ฝึกง่าย เรียนรู้ได้เร็ว และมีความสามารถหลากหลาย จึงถูกนำไปใช้ในการ ค้นหา ช่วยชีวิต งานตำรวจและทหาร และงานตรวจหาวัตถุระเบิด มันจึงกลายเป็นสุนัขสารพัดประโยชน์ และเป็นสุนัขยอดฮิตติดอันดับสุนัขที่ผู้คนอยากเลี้ยง และสาเหตุนี้เองที่ทำให้มีผู้เพาะพันธุ์หลายรายเพาะพันธุ์สุนัขอย่างไม่ถูกต้องและได้สายพันธุ์ไม่ดี ที่มีปัญหาหลายอย่างตามมา เช่นมีลักษณะนิสัยต่างไปจากพันธุ์ของมัน หากคุณได้ลูกสุนัขที่มีสายพันธุ์ที่ดีแล้ว เจ้านี่จะเป็นสุนัขคู่ใจของคุณไปอีกนาน
ข้อควรระวังเป็นพิเศษ
ปัญหาสุขภาพของสายพันธุ์ : โรคข้อสะโพกและข้อศอกห่าง ท้องร่วงเรื้อรัง โรคท้องมาน โรคกระดูกอักเสบ โรคแก้วตาอักเสบ โรคเลือดไหลไม่หยุดระหว่างและหลังผ่าตัด
นางสาวกรรณิการ์ กองการ 51040302114 B.A.English 2/1
ปาปิลลอน
สุนัขพันธุ์นี้ต้องการการอาบน้ำและแปรงขนอย่างสม่ำเสมอเนื่องจากเขาผลัดขน ควรดูแลส่วนหูเป็นพิเศษสำหรับพวกที่หูตก พวกเขาไม่ค่อยมีปัญหาสุขภาพ แต่บางครั้งบางคราวอาจมี อาการกระดูกสะบ้าเคลื่อนซึ่งผู้เลี้ยงต้องหมั่นตรวจดู พวกเขาชอบเดินและออกกำลังกายสม่ำเสมอ แม้ว่าแค่สวนหลังบ้านก็สามารถทำให้เขา
ช่วงชีวิตเฉลี่ย
ปาปิลลอนมีอายุถึง 16 ปี
ขนาดและน้ำหนักเฉลี่ย
ความสูงประมาณ 20 ซม. ถึง 28 ซม.
น้ำหนักประมาณ 2 กก. ถึง 3 กก.
อุปนิสัยประจำพันธุ์/ลักษณะประจำพันธุ์/อารมณ์
สุนัขพันธุ์นี้มีความเป็นมิตรสูงและไม่แสดงความก้าวร้าว พวกเขาเป็นสุนัขซึ่งรักสะอาด และสามารถเลี้ยงไว้ในสวนหลังบ้านหรือบ้านซึ่งมีพื้นที่ที่จำกัดได้ พวกเขารักที่มีเพื่อน ฉลาดมากและ สามารถสอนให้ทำสิ่งต่างๆ หรือฝึกความเชื่อฟังได้ดี สุนัขพันธุ์ ปาปิลลอนชอบที่จะได้อยู่ร่วมกับสัตว์อื่น ๆ แต่ควรระวังเมื่อเขาอยู่กับสุนัขที่มีขนาดใหญ่กว่า
ความเข้ากันได้กับสัตว์เลี้ยงอื่นๆ
ความต้องการการเอาใจใส่ดูแล
สุนัขพันธุ์นี้ต้องการการอาบน้ำและแปรงขนอย่างสม่ำเสมอเนื่องจากเขาผลัดขน ควรดูแลส่วนหูเป็นพิเศษสำหรับพวกที่หูตก พวกเขาไม่ค่อยมีปัญหาสุขภาพ แต่บางครั้งบางคราวอาจมี อาการกระดูกสะบ้าเคลื่อนซึ่งผู้เลี้ยงต้องหมั่นตรวจดู พวกเขาชอบเดินและออกกำลังกายสม่ำเสมอ แม้ว่าแค่สวนหลังบ้านก็สามารถทำให้เขาพอใจได้แล้ว
ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม
พวกเขาเป็นสุนัขที่ติดคนดังนั้นเขาจะไม่มีความสุขถ้าขาดสัมผัสกับมนุษย์หรือเลี้ยงไว้นอกบ้าน
ทิ้งท้าย
ถ้าคุณต้องการรู้เกี่ยวกับปาปิลลอนมากขึ้น คุณสามารถติดต่อสมาพัฒนาพันธ์สุนัขแห่งประเทศไทย
พอใจได้แล้ว
พึ่งโพสได้ครับอาจาร์ ชื่อ เวคินทร์ ศรีสุก รหัส 50040501132 การบัญชี 3/1

นางสาวลดาวัล โชยสิทธิ์ 50040501129
ลาซาแอปโซ เป็นสุนัขบ้านซึ่งแม้จะตัวเล็กแต่มีกล้ามเนื้อแข็งแรง พวกเขามีถิ่นกำเนิดจากประเทศ
ธิเบต และเชื่อว่าน่าจะสืบเชื้อสายมาจากสุนัขที่พบในแถบเอเชียตอนกลางเมื่อสมัยศตวรรษที่แล้ว แอปโซในประเทศธิเบตหมายถึงสายพันธุ์ที่ขนยาวตัวเล็ก ขนยาวหรือเหมือนแพะ
| ช่วงชีวิตเฉลี่ย | ||||
| ลาซาสามารถอยู่ได้ถึง 17 ปี | ||||
| ขนาดและน้ำหนักเฉลี่ย | ||||
| 25 ซม. ถึง 28 ซม. 6 กก. ถึง 7 กก. | ||||
| อุปนิสัยประจำพันธุ์/ลักษณะประจำพันธุ์/อารมณ์ | ||||
| ความเข้ากันได้กับสัตว์เลี้ยงอื่นๆ | ||||
| เป็นสุนัขที่เข้ากันได้ดีกับสัตว์เลี้ยงอื่น แต่เนื่องจากมีอุปนิสัยที่หนักแน่นเด็ดขาดและมี แนวโน้มที่จะวางอำนาจ ต่อสัตว์อื่น ดังนั้นควรจะระวังเรื่องการแนะนำให้เขารู้จักกันเมื่อ มีสุนัขตัวใหม่ในบ้าน | ||||
| ความต้องการการเอาใจใส่ดูแล | ||||
| พวกเขามีขนสองชั้น ขนด้านในยาวปานกลางและสามารถป้องกันช่วงหน้าหนาวได้ดี และจะร่วงไป เมื่อถึงช่วงฤดูร้อน และจะมีขนซึ่งบางกว่าขึ้นมาแทน ส่วนขนด้านนอกมีเนื้อหยาบทำหน้าที่กันน้ำ ขนที่ตกลงมาปิดตาช่วยป้องกันดวงตาจากลมและฝุ่น รวมทั้งแสงแดดที่รุนแรงอย่างอากาศในประเทศธิเบต การแต่งขนอย่างสม่ำเสมอจำเป็นมากสำหรับสุนัขพันธุ์ที่มีขนยาวเช่นนี้ แต่คุณก็สามารถทำให้เป็นเกมส์การเล่น ของทั้งสุนัขและเจ้าของไปได้ในตัว หรือคุณอาจเพียงเล็มปลายก็ทำให้พวกเขาแลดูน่าเอ็นดูได้พอ ๆ กัน | ||||
| ข้อควรจำ | ||||
| ขนาดที่เล็กทำให้เหมาะสำหรับเลี้ยงในบ้านซึ่งอยู่ในเมือง แต่การที่ตัวเล็กไม่ได้ทำให้พวกเขาเป็นสุนัขอ่อนแอ แต่กลับทนต่อทุกสภาพอากาศถึงแม้ว่าจะชอบอยู่ภายในบ้านมากกว่าก็ตาม เนื่องจากการมีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิด กับมนุษย์มาเป็นเวลายาวนานหลายปีในฐานะที่เป็นสุนัขบ้าน พวกเขามีนิสัยน่ารักน่าเอ็นดู | ||||
| ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม | ||||
| พวกเขาฉลาดมากแล้เข้ากันได้ดีกับเด็ก ๆ รักอิสระและว่องไว ขี้ระแวงคนแปลกหน้า และยังมีอารมณ์เปลี่ยนแปรไปตามอารมณ์ของเจ้าของ | ||||
| ทิ้งท้าย | ||||
| ถ้าคุณต้องการรู้เกี่ยวกับลาซา แอปโซมากขึ้น คุณสามารถติดต่อสมาพัฒนาพันธ์สุนัขแห่งประเทศไทย | ||||

ลักษณะทั่วไป
แข็งแรง ประกอบด้วยกล้ามเนื้อ มีหัวที่แบนใหญ่และแข็งแรง จมูกสั้น ไหล่กว้าง หัวมีรูปทรงคล้ายสามเหลี่ยมปลายมน หูเล็กตรง เป็นเส้นขนานกับลำคอ ดวงตาเล็กเป็นสามเหลี่ยม สีน้ำตาลเข้ม จมูกดำ (อนุโลมจมูกน้ำตาลในกรณีตัวสีขาว) ปากดำ ลิ้นเป็นสีชมพู ฟันสบกันในลักษณะซี่กรรไกร หางยกสูงม้วนไปด้านหลัง อะคิตะมีเท้าที่เป็นพืด จึงสามารถว่ายน้ำได้ดี มีขนสองชั้น ขนหนาชั้นนอกสามารถกันน้ำได้ดี สีของขนมักจะขาวล้วน หรือมีสีขาวนวล น้ำตาลแดง สีของขนไม่สมควรมีสีดำ
นิสัยโดยรวม
อะคิตะมีนิสัยว่าง่าย เชื่อง ฉลาด กล้าหาญ เหมาะสำหรับการฝึกเป็นguard dog ในญี่ปุ่นแม่สามารถทิ้งเด็กให้อยู่ในการดูแลของอะคิตะได้ อะคิตะมักจะก้าวร้าวกับสุนัขตัวอื่น หรือสัตว์ชนิดอื่น หรือเด็กที่ไม่ใช่คนในครอบครัว
ความสูง และ น้ำหนัก
ความสูง 26-28 นิ้ว ตัวเมีย 24-26 นิ้ว
น้ำหนัก 34-54 กิโล ตัวเมีย 34-50 กิโล
ปัญหาสุขภาพ
ปัญหาผิวหนัง และกระดูก
สภาพแวดล้อมในการเลี้ยง
สามารถเลี้ยงใน apartment ได้ แต่จะมีความกระตือรือร้นมากกว่าถ้าเลี้ยงในที่กว้าง
การออกกำลังกาย
ต้องการการออกกำลังกายเป็นประจำ เช่นพาเดินนอกบ้าน
อายุโดยประมาณ
10-12 ปี
การดูแล
เนื่องจากมีขนหยาบ สั้น จึงต้องการการดูแลที่ดี เช่นการแปรงขน มักจะเปลี่ยนขนปีละสองครั้ง ควรอาบน้ำเท่าที่จำเป็น เพราะการอาบน้ำจะทำให้น้ำมันที่เคลือบขนหมดไปได้
ชื่อ นายเสกสรรค์ ทองมี


สุนัขพันธุ์พุดเดิ้ล (Poodle)
พันธุ์มาตรฐาน : สุนัขขนาดใหญ่ ต้องการการออกกำลังกายและดูแลขนเป็นพิเศษ และรักเด็ก พันธุ์เล็กและพันธุ์ตุ๊กตา: สุนัขขนาดเล็ก ต้องการการดูแลขนเป็นพิเศษ และรักเด็ก
ส่วนสูง น้ำหนัก วงจรชีวิต การจัดกลุ่มพันธุ์
22-
ลักษณะเด่น
ขนดก แน่น และหยิกงอน สีขนเป็นสีเทา สีเงิน สีดำ สีขาว สีเทาน้ำเงิน สีน้ำตาลหรือสีครีม
นิสัย
พุดเดิ้ลที่มีสายพันธุ์ดีจะเป็นสุนัขที่ฉลาดและตอบสนองไวที่สุดในบรรดาสุนัขทั้งหมด พุดเดิ้ลมีด้วยกัน 3 ขนาด คือ ขนาดมาตรฐาน ขนาดเล็ก และขนาดทอย(ตุ๊กตา) พุดเดิ้ลทุกขนาดจะเป็นสุนัขที่น่าหยิกน่าหมั่นไส้ แสนประจบ ซน และขี้เล่น พุดเดิ้ลพันธุ์เล็กกับพันธุ์ทอยมีอุปนิสัยที่ไม่ค่อยไว้ใจคนแปลกหน้า และมีความอดทนกับเด็กน้อยกว่าพันธุ์สมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม พุดเดิ้ลเป็นสุนัขที่ฝึกง่าย สั่งให้ทำอะไรก็ทำ ซึ่งคุณก็ควรฝึกสอนตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วคุณจะเห็นว่ามันมีความสามารถในการทำตามคำสั่งที่ยอดเยี่ยมทีเดียว ข้อเสียของมันก็คือมันมีนิสัยชอบเห่า แต่คงเพราะตัวเล็กไปหน่อยจึงได้แต่เห่าอย่างเดียว ทำอะไรใครไม่ได้ สุนัขพันธุ์นี้เหมาะที่จะเลี้ยงในคอนโด แต่ก็ควรให้ได้รับการออกกำลังกายพอสมควรด้วยแต่ถ้าใครคิดจะเลี้ยงเจ้าพุดเดิ้ลขนาดจิ๋ว (เล็กกว่าพันธุ์ทอย) ก็จงระวังให้ดี เพราะมันค่อนข้างขี้โรคและมีอารมณ์หงุดหงิดง่าย
การตัดแต่งขนและการออกกำลังกาย
สุนัขพันธุ์นี้ไม่ผลัดขนคุณจึงควรแปรงขนให้มันสัปดาห์ละหลายๆ ครั้ง และตัดแต่งขนให้ทุกๆ 4-6 สัปดาห์ และควรพาไปเดินเล่นในที่ที่ไม่มีคนพลุกพล่าน พันธุ์มาตรฐานต้องการการออกกำลังกายมากกว่าพันธุ์มินิเอเจอร์และทอย
ถิ่นกำเนิด
พุดเดิ้ลพันธุ์สแตนดาร์ดมีต้นกำเนิดจากเยอรมันช่วงยุคกลาง เพื่อใช้คาบนกที่ตกลงในแม่น้ำหรือบึงมาให้นายพราน ดังนั้น ขนของมันจึงถูกเล็มออกเพื่อลดการต้านน้ำและให้ลอยตัวได้ดีขึ้น ในศตวรรษที่ 19 ฝรั่งเศสใช้พุดเดิลพันธุ์มาตรฐานในการเก็บนกที่ยิงตกลงไปในน้ำและในละครสัตว์ ในศตวรรษที่ 18 พันธุ์ทอยและมินิเอเจอร์ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นในประเทศอังกฤษ (ในรัชสมัยของควีนแอนน์) เพื่อใช้ในการหาเก็บเห็ดดำ ใช้ในการแสดง และเลี้ยงไว้เป็นเพื่อน พุดเดิ้ล มาจากภาษาเยอรมัน ซึ่งแปลว่า "ตีน้ำกระเพื่อม"
ข้อควรระวังเป็นพิเศษ
ควรซื้อลูกสุนัขจากผู้เพาะพันธุ์ที่มีชื่อเสียง ปัญหาสุขภาพของสายพันธุ์มาตรฐาน : โรคข้อสะโพกห่าง ปัญหาเรื่องตารวมทั้งจอรับภาพเสื่อมเรื้อรัง โรคลมบ้าหมู โรคท้องมาน โรคติดต่อทางผิวหนัง โรคไต ปัญหาสุขภาพของสายพันธุ์มินิเอเจอร์และพันธุ์ทอย : ปัญหาเรื่องตา หูตึง โรคกระดูกสะบ้าเคลื่อน โรคความผิดปกติทางหัวใจและเลือด โรคลมบ้าหมู
……………………………………………………………………………………………………..
นางสาวโศรญา ใสแจ่ม รหัสนักศึกษา 51040302107
ศศ.บ.ภาษาอังกฤษ 2/1
สมัครสมาชิกคลับ เพื่อตอบกระทู้









