

ผู้มีชื่อว่า “นางมโนห์รา” ซึ่งเป็นที่รู้กันว่านางคือนางเมรี
จากเรื่องนางสิบสองที่พี่ตินได้เล่าให้ฟังไปในตอนที่แล้ว กลับชาติมาเกิด
ความพิเศษของนางก็คือ นางเป็นนางกินรี ชาวหิมพานต์
มีลักษณะครึ่งคนครึ่งนก มีปีกหางสำหรับบินไปได้ในอากาศ
และปีกนี้ยังมีความพิเศษคือ สามารถถอดออกจากตัวได้อีกด้วย
ซึ่งครองเมืองอยู่ที่เชิงเขาไกรลาส
นางและพี่สาวทั้งเจ็ดชอบแวะไปเล่นน้ำที่สระน้ำใหญ่แห่งหนึ่ง
กลางป่าหิมพานต์เป็นประจำทุกวันพระจันทร์เต็มดวง
และบริเวณใกล้ๆ สระน้ำแห่งนี้ มีพระฤๅษีตตนหนึ่งอยู่บำเพ็ญภาวนาอยู่ด้วย
และได้ขอพักอยู่ที่กุฎิของพระฤๅษี ซึ่งเป็นวันพระจันทร์เต็มดวงพอดี
พรานบุญจึงได้เจอกับนางกินรีทั้งเจ็ดนาง ซึ่งมีความสวยสดงดงามมาก
จึงเกิดความคิดที่อยากจะจับนางไปถวายพระสุธน
โอรสของท้าวอาทิตยวงศ์กับนางจันท์เทวี แห่งเมืองอุดรปัญจาล์ ที่พรานบุญอาศัยอยู่
พรานบุญได้ปรึกษาพระฤๅษีถึงวิธีการจับนางกินรี
นั่นก็คือ ต้องไปขอบ่วงบาศจากพระยานาค จึงจะจับพวกนางได้
ซึ่งประจวบกับพรานบุญเคยช่วยเหลือพระยานาคที่ชื่อว่า พระยาจิตรชมพูนาคราช ไว้พอดี
พรานบุญจึงยืมบ่วงบาศมาได้ในที่สุด และไปเฝ้าที่แอ่งน้ำ เพื่อรอดักจับนางกินรีทั้งหลาย
โหรได้ทำนายว่า นางมโนห์รา น้องสุดท้องกำลังมีเคราะห์ พระนางจันท์กินรีจึงห้ามไม่ให้พวกนางไปไหน
แต่กินรีทั้งเจ็ดพี่น้องก็หนีไปจนได้
เพราะพรานบุญเล็งไปที่กินรีน้อยที่สวย และน่ารักที่สุด ก็คือนางมโนห์รานั่นเอง
และเขาก็จับนางได้สำเร็จ เมื่อนำไปถวายพระสุธน (ซึ่งก็คือพระรถกลับชาติมาเกิด ที่พี่ตินเล่าไปในตอนที่แล้ว)
พระสุธนก็พอใจมาก และให้รางวัลพรานบุญมากมาย
เมื่อวันหนึ่ง พระสุธนทรงสกากับลูกอำมาตย์คนหนึ่ง
และลูกอำมาตย์ได้ขอร้องพระองค์ว่า ถ้าหากว่าพระสุธนครองราชย์ ขอให้เขาได้เป็นปุโรหิต
พระสุธนก็ประทานให้ตามที่ขอ
โดยไม่รู้ว่า ลูกปุโรหิต (คนปัจจุบัน) ได้แอบฟังอยู่พอดี
และนำความไปฟ้องปุโรหิตผู้พ่อต่อ ทำให้ปุโรหิตเกิดจิตปองร้ายต่อพระสุธน
(ประมาณว่าอยากให้ลูกตัวเองเป็นก็ว่างั้นเหอะ)
ประจวบกับในเวลาต่อมา มีข้าศึกยกพลมาตีเมืองอุดรปัญจาล์ พระสุธนจึงต้องยกทัพไปปราบปราม
ในวันที่พระสุธนได้ชัยชนะ ท้าวอาทิตยวงศ์ผู้พ่อ ได้ฝันว่า
ไส้ของพระองค์หลุดจากร่างกายออกมาโอบจักรวาลไว้
เมื่อตื่นขึ้น ก็รีบให้ปุโรหิตทำนายทันที
ชะอ้าว เข้ารอยปุโรหิตที่ไม่ชอบหน้าพระสุธน แม้จะรู้ว่าฝันนั้นเป็นเรื่องดี
ปุโรหิตจอมอิจฉาก็จัดแจงบอกความเท็จทันที ว่าฝันนี้เป็นเรื่องไม่ดี
จะต้องมีการบูชายัญ เพื่อแก้ไขความอัปมงคลเสีย
โดยของที่จะใช้ในการบูชายัญก็มี สัตว์สี่เท้า 100 ตัว สัตว์สองเท้า 100 ตัว มนุษย์ 100 คน
(โอ้ว จะน่ากลัวไปไหนเนี่ย -*-)
และคนธรรพ์อีกหนึ่งคน (ดีนะ ไม่บอกว่าคนธรรพ์ 100 คน)
และคนธรรพ์คนที่ปุโรหิตตัวร้ายเล็งไว้ก็คือ นางมโนห์รานั่นเอง
ด้วยปัญญา นางจึงทูลของชุดปีกและหางที่เก็บไว้ เพื่อร่ายรำถวายเป็นครั้งสุดท้าย
และพอทุกคนเผลอ นางก็บินหนีออกหน้าต่างไปเลย (ออกแนวฉลาดนะคะเนี่ย)
เพราะนางคำนวณไว้แล้วว่า พระสุธนต้องตามนางมาอย่างแน่นอน
นางจึงได้บอกพระฤๅษีไว้ ว่าอย่าได้ตามนางไป เพราะหนทางลำบากนัก
ให้กลับไปหามเหสีใหม่ดีกว่า (ใจกว้างมากมาย)
แต่ถ้าพระสุธนไม่ยอม ก็ให้พระองค์ไปตามทางแบบนี้
จากนั้น นางมโนห์ราได้บอกแผนที่อย่างละเอียดให้แก่พระฤๅษี รวมทั้งมอบภูษา ธำมรงค์ และยาไว้ให้พระสุธนด้วย
ก็ชาติที่แล้ว ทิ้งนางเมรีให้ตามตัวเองจนตกตาย ชาตินี้พระองค์ก็ต้องตามนางมโนห์ราบ้างสิ จริงไหม
พระสุธนก็เริ่มพิธีการตามด้วยการ ไปหาพรานบุญก่อน แล้วไปหาพระฤๅษีต่อ
และแน่นอนว่าพระฤๅษีห้ามไม่สำเร็จ พระองค์จึงต้องเดินทางอย่างลำบากต่อไป
และเมื่อไปถึงเขาไกรลาส พระองค์ก็โชคดีได้พบกับนางกำนัลของนางมโนห์รามาตักน้ำพอดี
พระสุธนเลยถอดธำมรงค์ หรือแหวนที่นางมโนห์ราฝากไว้ใส่ลงในหม้อ แล้วอธิษฐานขอให้ได้พบกัน
เมื่อนางมโนห์ราเห็นเข้า ก็รู้ว่าพระสุธนตามมาถึงแล้ว
นางจึงไปทูลต่อบิดามารดาทันที
ว่าเป็นมนุษย์ธรรมดา สามารถทำได้ขนาดนี้ แต่ก็นั่นแหละ
พระสุธนต้องผ่านการทดสอบสุดท้ายคือ การยกศรประจำเมืองกินนร และยกแท่งศิลาใหญ่ให้ได้
ซึ่งพระสุธนผ่านการทดสอบนี้อย่างงดงาม
แล้วให้พระสุธนเลือกว่าใครคือนางมโนห์รา
ด่านนี้ทำเอาพระสุธนงงไป ร้อนถึงพระอินทร์ ต้องปลอมตัวเป็นแมลงวันทองมาจับผมนางมโนห์รา
พระสุธนเลยเลือกถูก

สมัครสมาชิกคลับ เพื่อตอบกระทู้









